เวอร์ชันพัฒนา · ข้อมูลรายการอยู่ระหว่างตรวจทาน · ราคาเป็นค่าจำลอง · ภาพจากแหล่งพาร์ทเนอร์ ใช้ในเครื่องเท่านั้น
ฐานข้อมูลสิ่งสะสมไทย
หน้ารวม / เหรียญที่ระลึก / เหรียญ “ทองสำริด” วชิรญาณ รัชกาลที่ 5
ที่ระลึกพ.ศ. 2432ร.๕
ประเทศไทยพ.ศ. 2432

ลากที่ภาพเพื่อหมุนดูได้ · ภาพประกอบชั่วคราว ของจริงจะใช้ภาพถ่ายด้านหน้า ด้านหลัง และขอบ

เหรียญ “ทองสำริด” วชิรญาณ รัชกาลที่ 5

เหรียญที่ระลึก · พ.ศ. 2432

ข้อมูลรอตรวจทาน

ทรงโปรดฯ ให้สร้างเหรียญวชิรญาณขึ้นสำหรับเป็นรางวัลแก่ผู้แต่งหนังสือดีและได้ตราเป็นพระราชบัญญัติอันมีข้อความต่อไปนี้ :

เนื้อ

ปีที่จัดสร้างพ.ศ. 2432
รัชกาลรัชกาลที่ 5
จำนวนสร้างไม่ระบุ
ขนาด45 มม.
ราคาอ้างอิงตลาด · เนื้อบรอนซ์ · UNC พร้อมกล่อง฿4,582UNC พร้อมกล่อง
เทียบ 12 เดือนก่อน▲ 15.2%
ช่วงราคาส่วนใหญ่฿4,068 – ฿5,220
ความน่าเชื่อถือสูง (36 รายการ/ปี)

ราคาย้อนหลัง · เนื้อบรอนซ์ · UNC พร้อมกล่อง

3.5k4.0k4.5k5.0kพ.ย. 68ม.ค. 69มี.ค. 69พ.ค. 69ก.ค. 69ก.ย. 69
ราคากลาง (มัธยฐานรายเดือน)ช่วง 25–75%

รายการขายล่าสุด · เนื้อบรอนซ์

วันที่แหล่งอ้างอิงเกรดราคาจบ
9 ก.ย. 69HeritageLot 2510UNC พร้อมกล่อง฿4,073
4 ส.ค. 69ผู้ใช้ส่ง (ยืนยันแล้ว)Lot 2887UNC พร้อมกล่อง฿4,716
21 มิ.ย. 69ร้านพาร์ทเนอร์Lot 4338UNC พร้อมกล่อง฿4,922
14 เม.ย. 69ร้านพาร์ทเนอร์Lot 5234UNC พร้อมกล่อง฿4,440
5 มี.ค. 69เอื้อเสรี ESCLot 1571UNC พร้อมกล่อง฿4,930
19 ม.ค. 69ร้านพาร์ทเนอร์Lot 3275UNC พร้อมกล่อง฿4,770

เรื่องราวของเหรียญ “ทองสำริด” วชิรญาณ รัชกาลที่ 5

รวบรวมจากแหล่งข้อมูลพาร์ทเนอร์ อยู่ระหว่างตรวจทานและเรียบเรียงโดยทีมงาน

ประวัติ

ทรงโปรดฯ ให้สร้างเหรียญวชิรญาณขึ้นสำหรับเป็นรางวัลแก่ผู้แต่งหนังสือดีและได้ตราเป็นพระราชบัญญัติอันมีข้อความต่อไปนี้ :

“ณ วันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๒ โปรดให้สร้างเหรียญวชิรญาณเป็นเหรียญทองสำริด มีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์อยู่หน้าหนึ่ง อีกหน้าหนึ่งมีรูปพวงมาลัยในนั้นเป็นที่สำหรับจารึกนามผู้ที่ได้รับเหรียญสำหรับพระราชทานเป็นรางวัลในนามของหอพระสมุดวชิรญาณ แก่ผู้ซึ่งมีความอุตสาหะแต่งหนังสือหรือแปลหนังสือซึ่งมีประโยชน์แก่ทางความรู้

และควรเป็นแบบแผนสืบไปภายหน้าได้เป็นพยานยกย่องความดีความรู้และความอุตสาหะของผู้แต่งนั้นว่าได้ทำความชอบไว้ในวิชาหนังสือ สมควรเป็นที่สรรเสริญของบัณฑิตทั้งหลายและตราพระราชบัญญัติสำหรับเหรียญนั้นไว้ในหอพระสมุดฯ มีเนื้อความว่าสมาชิกหอพระสมุดวชิรญาณคนใดเห็นว่าหนังสือเล่มใดควรจะได้รับเหรียญวชิรญาณให้จดหมายแจ้งความต่อกรรมสัมปาทิกให้กรรมสัมปาทิกประชุมกันในเดือนเมษายนปีละครั้งเพื่อตรวจพิจารณาตัดสินรางวัลเหรียญวชิรญาณ เมื่อกรรมสัมปาทิกเห็นว่าหนังสือเรื่องใดควรได้รับเหรียญวชิรญาณบ้าง

ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอเรียนพระราชปฏิบัติถ้าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระราชทานผู้ใดบ้าง เมื่อกรรมการประชุมสมาชิกที่หอพระสมุดวชิรญาณในวันกลางเดือน ๖ ซึ่งตรงกับวันราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เชิญผู้ที่จะได้รับเหรียญวชิรญาณมารับในที่ประชุมสมาชิก ต่อมาไม่ได้จึงได้ส่งไป เหรียญวชิรญาณนั้นให้มีประกาศนียบัตรกำกับด้วย แต่คนหนึ่งจะรับเหรียญ ได้แต่เพียงเหรียญเดียว เมื่อได้รับแล้วต่อไปในวันหน้าถ้าผู้นั้นแต่งหนังสือดีสมควรจะได้รับอีก จะได้รับแต่ประกาศนียบัตรเป็นสำคัญทุกคราวไป อนึ่งถ้ากรรมสัมปาทิกเห็นว่าผู้ที่ได้รับเหรียญวชิรญาณสมควรจะได้รับการอุดหนุนด้วยทุนทรัพย์เป็นกำลังบ้าง ก็ให้ทุนทรัพย์ได้อีกโสดหนึ่งมีคราวละ ๘๐ บาทเป็นอย่างมาก ๒๐ บาทเป็นอย่างน้อย มีเนื้อความในพระราชบัญญัติสำหรับเหรียญดังนี้”

ความงามของเหรียญนี้คงจะเป็นที่แสวงหาของบุคคลทั่วไป ที่ได้มีโอกาสพบเห็นในสมัยนั้นมาแล้ว ปรากฏในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวภาค ๑๕ หน้า ๗๘ มีข้อความว่า “วันพฤหัสบดีเดือน ๑๐ แรม ๑๑ ค่ำปีมะแมเบญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕ กรมหมื่นประจักษ์๑๖ ถวายหนังสือว่าด้วยนายหว่างมหาดเล็กน้ำร้อน ลักเหรียญพระสมุดวชิรญาณไปจากออฟฟิส ๒๐ เหรียญ ชำระเป็นสัตย์ ไถ่ของกลางได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ทรงเซ็นให้เฆี่ยน ๕๐ทีจำคุก ๕ ปี” เมื่อพิจารณาโทษที่นายหว่างได้รับ เข้าใจว่าเหรียญวชิรญาณนี้ คงจะมีราคาค่างวดมิใช่น้อยในสมัยนั้น และก็เป็นการแน่นอนทีเดียวว่า ของกลางที่ยังหลงเหลืออยู่ในครั้งกระนั้น ใครจะกล้าปฏิเสธได้ว่า จะไม่ตกทอดมาถึงมือของบรรดานักสะสมเหรียญที่ระลึกทั้งหลายในปัจจุบันนี้ แม้กระนั้นก็ตามเหรียญนี้ก็ยังเป็นชิ้นสำคัญอันหายากยิ่ง (MUSEUM PIECE) แม้กระทั่งในศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปน์ไทยกรมธนารักษ์กระทรวงการคลัง ก็ยังไม่ปรากฎว่ามีเหรียญชุดนี้ตั้งแสดงให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ชม

สร้างสำหรับพระราชทานเป็นรางวัลในนามของหอพระสมุดวชิรญาณแก่ผู้มีความอุตสาหะในการแต่งหนังสือ หรือแปลหนังสือซึ่งมีประโยชน์ทางวรรณคดี

เป็นที่น่าสังเกตว่าตั้งแต่ได้โปรดให้สร้างเหรียญวชิรญาณ สำหรับเป็นรางวัลแก่ผู้แต่งหนังสือดีนี้แล้ว ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังไม่มีผู้ใดได้รับพระราชทานรางวัลตามพระราชบัญญัติ จวบจนกระทั่งในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2459 ก่อนงานพิธีย้ายหอพระสมุดวชิรญาณ “ตึกถาวรวัตถุ” ริมถนนหน้าพระธาตุนั้น กรรมการหอพระสมุดวชิรญาณปรึกษาเห็นพร้อมกันว่า ควรทูลเกล้าฯถวายเหรียญวชิรญาณแด่พะรบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการยกย่องหนังสือ “พระนลคำหลวง” ซึ่งพระราชนิพนธ์ในปีนั้นเป็นฤกษ์ก่อน ต่อจากนั้นไม่ปรากฎว่ามีผู้ใดได้รับพระราชทานอีกเลย

ลวดลายบนเหรียญ

ด้านหน้า
เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวระดับพระอุระ ผินพระพักตร์ทางซ้ายของเหรียญ ริมขอบเป็นพระปรมาภิไธย “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”
ด้านหลัง
มีพระมหาพิชัยมงกุฏพิมพ์นูนอยู่เบื้องบน ใต้พระมหาพิชัยมงกุฏเป็นรูปโบว์เล็ก ทอดชายคลี่ออกทั้งสองข้าง กลางเหรียญเป็นแพรแถบม้วนหัวท้าย ว่างไว้สำหรับจารึกชื่อผู้ที่จะได้รับพระราชทานรางวัล

แหล่งอ้างอิง

รายการอื่นในเหรียญที่ระลึก

ดูทั้งหมด →